Sabrina Ss4 ซีรีส์ฝรั่ง แม่มดสาวสายดาร์ก

11 Oct by admin

Sabrina Ss4 ซีรีส์ฝรั่ง แม่มดสาวสายดาร์ก

Sabrina Ss4 ซีรีส์ฝรั่ง แม่มดสาวสายดาร์ก การกลับมาคราวนี้ของแม่มดสาวซาบริน่า หลังจากตอนจบของซีซันสาม ที่ซาบริน่าถูกแยกออกเป็นสองคน คนหนึ่งเลือกใช้ชีวิตวัยรุ่น อีกคนเลือกเป็นราชินีนรก ทุกอย่างดูเหมือนกลับสู่จุดที่ควรเป็น แต่ที่จริงแล้วบาทหลวงแบล็กวูด ที่หนีรอดไปได้จากซีซันก่อน ได้กลับมาพร้อมกับการเป็นข้ารับใช้

ในสิ่งที่เหนือกว่านั้น การกลับมาของซาบริน่าในครั้งนี้ จึงต้องเผชิญหน้ากับภัยอันตรายครั้งใหม่ที่เรียกว่า “มฤตยูลึกลับ” ซึ่งการมาของทั้งหมดจะนำไปสู่การนำสิ่งที่เรียกว่า “ความว่างเปล่า” มาสู่โลก ซึ่งถือว่าเป็นหายนะที่ร้ายแรงยิ่งกว่าคราวลูซิเฟอร์เสียอีก เพราะความว่างเปล่าที่ว่านี้ไม่ได้ต้องการครองโลก แต่เป็นการทำให้ทุกอย่างกลับสู่ความว่างเปล่า และเป็นสเกลระดับจักรวาลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วย

นี่คือซีรีส์ภาคสุดท้ายของแม่มดสาวซาบริน่า ที่ค่อนข้างจัดเต็มในแง่ ความแปลกประหลาดพิสดาร ความเพี้ยนสุดกู่ และไอเดียอะไรแปลกๆที่ไม่น่าจะคิดขึ้นมาได้แล้วยัดมาใส่ไว้ในเรื่องราวของแม่มดสาววัยรุ่นคนนี้ ก็ถูกประเคนใส่ลงมาเกือบหมด แถมหนักถึงขั้นสร้างตอนจักรวาลคู่ขนาน (ตอนที่7)

เพื่อล้อเลียนซีรีส์ของตัวเองที่เคยสร้างชื่อจากแนววัยรุ่นแฟนตาซีเฮฮากึ่งซิทคอมไปอีก แล้วยังเหมือนเป็นตอนที่เขียนขึ้นมาเพื่อคารวะต่อต้นฉบับของซาบริน่าที่เคยสร้างชื่อเสียงในยุค90 อีกต่างหาก จัดว่าเป็นหนึ่งในตอนที่เขียนขึ้นมาเพื่ออำลาซีรีส์นี้ได้อย่างน่าสนใจจริงๆ แถมยังเป็นตอนที่เขียนขึ้นมาเพื่อให้เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลักได้อีกด้วย แล้วยังเป็นตอนที่สร้างมาเพื่อรำลึกถึงเนื้อหาทั้งซีซันของซีรีส์ชุดนี้ด้วย

นอกจากนี้อีกหนึ่งจุดเด่นมากๆที่ต้องชื่นชมก็คือ พลังของนักแสดง โดยเฉพาะ Kiernan Shipka นักแสดงสาวที่รับบทเป็นซาบริน่าของเรา ทั้งยังเป็นผลงานที่ทำให้เธอแจ้งเกิดในวงการอย่างเต็มตัว และน่าจะสร้างภาพจำของตัวละคร ซาบริน่า ไปอีกนานหลายสิบปี คล้ายกับที่ เอ็มม่า วัตสัน เคยทำไว้กับตัวละครเฮอร์ไมโอนี่ ก็ไม่ผิดนัก

ทั้งซีรีส์ดำเนินเรื่องผ่านพ้นไปด้วยดีจากการแสดงเธออย่างแท้จริง หรือถ้าจะบอกว่าเธอคือเดอะแบกของเรื่องนี้ก็ไม่ผิดนัก เพราะทุกซีนที่เธอออกมา มันชวนให้คนดูละสายตาได้ยากมากกับความสวยปนลี้ลับ และรอยยิ้มที่แฝงด้วยเสน่ห์ในแบบแม่มดที่ชวนน่าค้นหาอย่างเหลือล้น

แล้วยังแสดงได้ในหลายมิติไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นที่กำลังสับสนตัวเอง หรือการเป็นแม่มดสาวที่ใฝ่หาอำนาจและมีความทะเยอทะยานที่จะอยากได้สิ่งต่างๆ มากขึ้นไปอีก และก็ไม่หวาดกลัวที่จะใช้เวทมนต์หรืออำนาจที่มีเพื่อความต้องการของตนเองด้วย

sabrina ss4 ทาง netflix รีวิวอีกจุดเด่นของซีซันนี้ก็คือ การเขียนบทที่ทำให้เดาทางเรื่องได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ทิ้งเอกลักษณ์ของตนเอง หลังจากตอนจบของซีซันสาม ที่ทำให้เกิดอนาคตแบบ What If ที่ทำให้มีซาบริน่าแยกออกมาเป็นสองคนจากสองไทม์ไลน์ คือซาบริน่าที่เลือกใช้ชีวิตในฐานะวัยรุ่นต่อไป

กับซาบริน่าที่กลายเป็นราชินีแห่งขุมนรกที่เลือกอำนาจ ถ้าเป็นซีรีส์เรื่องอื่น อาจจะเลือกดำเนินเรื่องโดยใช้ซาบริน่าคนเดิมต่อไป แต่ปรากฏวาซีซันสี่ของเรื่องนี้ กลับเลือกใช้วิธี “ดำเนินเรื่องพร้อมกันไปทั้งสองไทม์ไลน์มันซะเลย”

กล่าวคือว่า ไหนๆ ก็ทำให้เรื่องมีซาบริน่าขึ้นมาสองคนแล้ว แทนที่จะให้คนดูค้างคาใจว่า ซาบริน่าอีกคนจะเป็นยังไง (แบบที่ซาบริน่าในเรื่องเองก็อยากรู้) ถ้าเช่นนั้นเปิดเรื่องมาก็ให้ทั้งสองคนกลับมาเจอกันอย่างลับๆ ไปเลย แถมยังใช้วิธีเดินเรื่องแบบที่ให้ทั้งสองคนช่วยกันเดินเรื่องไปด้วยกันอีกต่างหาก

เรียกง่ายว่าสาวน้อย เคียร์แนน ชิปก้า ของเรา ต้องแสดงเป็นซาบริน่าสองคน ซึ่งตรงนี้ทีมสร้างก็ทำได้ดีในแง่การตัดต่อเลยทีเดียว เพราะมีฉากที่ซาบริน่าสองคนต้องเข้ามาในฉากด้วยกันหลายตอนมากๆ ตัวนักแสดงเองก็ทำได้สุดยอดด้วย

นอกจากนี้การเขียนคาแรคเตอร์ของซาบริน่าทั้งสองคนก็ทำออกมาดี คือในขณะที่แม่มดซาบริน่าเลือกชีวิตวัยรุ่น ไปโรงเรียน ค้นหาตัวเอง และต้องการความรัก แต่บทของซาบริน่าคนนี้ก็พร้อมที่จะลองใช้พลังอำนาจและเวทมนต์ของตนเองเพื่อทำอะไรๆ ในเรื่องเสี่ยงๆ ออกเทาๆ หรือถึงขั้นเป็นเรื่องดาร์กด้วยซ้ำ

เพื่อความต้องการของตนเอง ส่วนซาบริน่าที่เป็นราชินีนรก แม้ว่าจะเรื่องเส้นทางของการแสวงหาพลังอำนาจ แต่กลับไม่ได้ทิ้งตัวตนแห่งความดีของตนเองไปด้วยเลยสักนิด เพราะเมื่อใครกำลังลำบาก เธอก็พร้อมที่จะยื่นมือช่วยอยู่เสมอ เรียกว่าเป็นการเขียนคาแรคเตอร์ของซาบริน่าที่ทำได้ดีเอามากๆ ด้านนักแสดงคนอื่นๆก็ยังทำได้ดีในระดับมาตรฐาน

จุดด้อยของซีรีส์ก็ยังพอมีอยู่ โดยเฉพาะเนื้อเรื่องประจำตอนที่ยังมีจุดวนเวียนอยู่บ้าง และความสัมพันธ์ของตัวละครบางคนที่หลังจากตอนจบซีซันสาม กลับดูเหมือนรีเซ็ทขึ้นใหม่มากไปหน่อย เช่น ความสัมพันธ์ของแอมโบรสและพรูเดนซ์ที่อุตส่าห์ปูมาอย่างดีในซีซันก่อน

พอมาซีซันนี้กลับเลือกทิ้งไปเลย อีกจุดคือ การเขียนบทแบบจับยัดให้บางตัวละครเช่น โรซาลินด์ ที่เสมือนทีมสร้างก็อยู่ดีๆอยากจะเปลี่ยนให้เธอมาเป็นฝั่งแม่มดเอาง่ายๆ ก็ยัดไปว่า คันนิงเดิมทีคือแม่มดซะงั้น

อีกจุดด้อยอย่างหนึ่งของเรื่องก็คือหลายซีนจะสร้างให้ฉากมันมืดไปไหน คือเข้าใจว่าคอนเซปต์ของซีรีส์นี้คือการเล่นกับเรื่องราวในโลกมืด แต่บางทีมันก็ทำให้ดูแทบจะไม่รู้เรื่องว่าตัวละครกำลังทำอะไรกันอยู่ และชวนให้ปวดตาเอามากๆ